หรือ วัวทาม จะเหลือเพียงตำนาน ?

Posted: August 30, 2009 by nettingtvs in Our Words

เขียนโดย อุบล บุญมาก อาสาสมัครรุ่น 26 และ www.esaanvoice.net
วันอังคาร ที่ 25 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2552
ที่มา: www.thaivolunteer.org

2009_08_25_02

วันนี้เสียงคนอีสานจะพาไปรู้จักพ่อหมู ชาวบ้านผึ้ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ที่มีอาชีพเลี้ยงวัวฝูงมาหลายสิบปี โดยอาศัยป่าบุ่งป่าทาม แต่ว่า ณ วันนี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าทามกำลังจะกลายเป็นตำนาน ชะตากรรมวัวฝูงนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามรายงานจากทีมงานเสียงคนอีสาน

“ป่าบุ่งป่าทาม” เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำบริเวณนั้นๆ ป่าบุ่งป่าทามเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญในชนบท ป่าบุ่ง ป่าทาม มีอยู่ทั่วไปบริเวณริมฝั่งแม่น้ำทุกสายของภาคอีสาน เป็นบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในระบบนิเวศน์ และมีความสำคัญต่อชุมชนอย่างมหาศาล

ชุมชนในลุ่มน้ำมูนตอนกลาง การเลี้ยงวัวควาย เป็นตัวชี้วัดฐานะทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของชุมชน เพราะมีป่าบุ่งป่าทาม ที่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ผืนใหญ่ ใครมีวัวควายมากถือว่ามีความมั่นคง มีเงินออมเพื่อลงทุนประกอบอาชีพ และใช้ยามฉุกเฉิน

พ่อสมุ มณีนินทร์ หรือพ่อหมู อายุ 62 ปี ชาวบ้านผึ้ง หมู่ที่ 11 ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ แกเป็นคนลุ่มน้ำมูน ที่เมื่อหลายสิบปีก่อนได้อาศัยความสมบูรณ์ของป่าบุ่งป่าทาม เลี้ยงวัวฝูงใหญ่ ประมาณ 95 ตัว เป็นอาชีพหลักมาโดยตลอด

พ่อหมูบอกว่า เมื่อก่อนวัวเยอะ อยากได้ตัวไหน ก็ไปชี้ที่คอกเลย บางทีถ้าวัวยังเล็กอยู่ แกก็ยังไม่ขาย เอาไว้ก่อน บางปีแกขายวัวได้เป็นเงินประมาณหนึ่งแสนบาท บางปีก็ได้ห้าหมื่น ถึงหกหมื่นบาท พอมีพอใช้ในครอบครัว เช่นเดียวกับปีนี้วัวราคาไม่ค่อยดีนัก แกก็ยังไม่ขาย เอาไว้ก่อน เพราะครอบครัวก็ไม่ได้เดือดร้อนเงินเท่าใดนัก

ทุกเช้าก่อนเอาวัวออกจากคอก พ่อหมูจะให้กินฟางก่อน เพราะตอนเช้าฟางจะนิ่ม อ่อน กินง่าย แม้ว่าไม่ได้ทำนาแต่พ่อหมูก็มีฟางเพียงพอสำหรับวัวฝูงนี้ เพราะญาติ ๆ หรือเพื่อนบ้านที่ทำนาแต่ไม่ได้เลี้ยงวัวควาย ก็นำฟางมาแลกปุ๋ยคอกของพ่อหมู คือฟาง 2 เที่ยวรถไถ แลกกับปุ๋ยคอก 1 เทเลอร์รถไถ นอกจากแลกเปลี่ยนฟางและปุ๋ยกันแล้ว ในหนึ่งปี พ่อหมูจะมีเงินรายได้จากการขายปุ๋ยคอกอีกปีละประมาณ 10,000 – 15,000 บาท

พ่อหมูยังบอกอีกว่า แถบนี้คนที่เลี้ยงวัวฝูงเหลือเพียง 3 รายเท่านั้น เพราะไม่มีที่เลี้ยง ป่าบุ่งป่าทามที่เคยสมบูรณ์ กลายเป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการเขื่อนราศีไศลไปแล้ว “ทุกวันนี้ วัวควายไม่มีที่อาศัย ทำให้เลี้ยงยากกว่าแต่ก่อน เมื่อก่อนตอนที่เขายังไม่สร้างเขื่อน ที่มันกว้างขวางมีป่าบุ่งป่าทามให้ได้อาศัย ไม่ค่อยได้กินใบไม้เท่าไหร่ กินอยู่ในป่าบุ่งป่าทาม นอนตรงไหนก็ง่าย ตอนนี้สัตว์เลี้ยงไม่มีที่ให้อาศัยแล้ว เกิดกันดาร ที่น้อยลง ถ้ามีที่อาศัย ก็ยังพอดิ้นไปได้ ก็อยากให้โครงการของรัฐมันชัดเจนไวไว จะมีที่อาศัยหรือไม่มี ผมก็ก็อยากให้เอาปริมาณน้ำที่เขื่อนกักเก็บไว้แค่พอดี อย่าให้มันมากเกินไป”

ความอุดมสมบูรณ์ของป่าบุ่งป่าทามกำลังจะกลายเป็นตำนานที่ผู้ใหญ่ ต้องเล่าให้ลูกหลานได้รับรู้ว่าครั้งหนึ่ง มันเป็นพื้นที่ ที่ให้ทุกชีวิตในลุ่มน้ำมูนได้อาศัยอย่างเสมอภาค ไม่เว้นกระทั่งสัตว์ 4 เท้าอย่างวัว แต่วันนี้จุดหมายข้างหน้าของฝูงวัวที่ต้องอาศัยสัญชาติญาณการอยู่รอด เห็นจะมีเพียงหญ้าแห้ง ๆ สองข้างถนนลาดยาง และใบไม้ในป่าดงภูดินเท่านั้น ความมั่นคง เงินออมของพ่อหมูและคนลุ่มน้ำมูนกำลังร่อยหรอลงทุกวัน.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s