โดย วิภาวดี “ตั๊ก” พันธุ์ยางน้อย, กลุ่มเพื่อนพม่า (Friends of Burma) เชียงใหม่


“เนื่องจากกำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยในกำกับด้านอุษาคเนย์” ความเคลื่อนไหวของสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ กอรปกับมีโอกาสได้เข้าฟังเสวนาในหัวข้อ ”แรงงานเหนืออยู่อย่างไรในภาวะวิกฤต” จึงทำให้ผู้เขียนเกิดมโนภาพถึงการเปิดตลาดเสรีของอาเซียน
ภายใต้การแข่งขันของตลาดเสรี ปัจจัยสำคัญในการย้ายฐานการผลิตไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีและทรัพยากรอีกต่อไป แต่เป็นการย้ายฐานการผลิตไปในประเทศที่มีมาตรการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่ยืดหยุ่น หรือ มีมาตรฐานต่ำนั่นเอง เมื่อการพัฒนาประเทศวัดกันที่ GDP ไม่ใช่ GNH รัฐบาลมีความต้องการเม็ดเงินลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อมที่ยืดหยุ่นจึงเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ลงตัวสำหรับรัฐบาลและกลุ่มทุนข้ามชาติ ซึ่งสอดรับกับความมุ่งประสงค์ของอาเซียนในการสร้างตลาดและฐานการผลิตเดียวที่มีเสรีภาพ มั่นคง มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้า บริการและการลงทุน การเคลื่อนย้ายที่ได้รับความสะดวกของนักธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้มีความสามารถพิเศษและแรงงาน การเคลื่อนย้ายอย่างเสรี ของเงินทุน โดยไม่มีมาตรการคุ้มครองแรงงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการสร้างช่องว่างทางกฎหมายให้มีการละเมิดสิทธิแรงงานโดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติ ตลอดจนละเมิดสิทธิชุมชนเพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนท้องถิ่น
โดยปกติกลุ่มทุนข้ามชาติจะไม่ใช้ประเทศประชาธิปไตยเป็นฐานการผลิต เนื่องจากมีต้นทุนด้านสวัสดิการแรงงานและการดูแลสิ่งแวดล้อมสูง เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมประเทศไทยซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยกลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มทุนข้ามชาติภายหลังการประกาศตัวเป็นฐานการผลิตสำคัญของอาเซียน