Skip to content

ปั่นจักรยานลดโลกร้อน เพราะเมื่อ “โลกร้อน เมืองร้อน คนก็ร้อนตาม”

December 10, 2009
by bennetthaynes

http://www.newspnn.com/upfiles/cp_n1_09122009_03.jpg

วันที่ 9 ธ.ค. 2552 เวลา : 19:14 น.

“โลก ร้อน เมืองร้อน คนก็ร้อนตาม” แน่นอนว่า วันนี้กระแสมาแรงที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่องภาวะโลกร้อน ที่ทำให้ประชาชนทั่วประเทศ และทั่วโลก ต่างให้ความสนใจเป็นอันดับต้น ๆ

วันนี้ (9 ส.ค.) ซึ่งเป็นวันปฏิบัติการยับยั้งโลกร้อนแห่งเอเชีย ทางด้านกลุ่มเครือข่ายรณรงค์ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน และนั่งรถสามล้อ รณรงค์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสื่อให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนคนไทยได้รับรู้และตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งภายในงานมีผู้สนใจเข้าร่วม จากสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคเหนือ นักศึกษา และพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ ร่วมกับประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ บุคคลองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ในนามของ “เครือข่ายรณรงค์ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคเหนือ จ.เชียงใหม่” กว่า 100 คน ร่วมปั่นจักรยานรณรงค์ในครั้งนี้ด้วย

เวลา 09.00น. ณ สถานกงสุลอังกฤษ จ.เชียงใหม่ ภาคประชาสังคมไทย เครือข่ายภาคเหนือหยุดโลกร้อน นักศึกษา ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ จ.เชียงใหม่ และองค์กรเอกชนหลายภาคส่วนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ กว่า 100 คน ร่วมปั่นจักรยาน รณรงค์

พร้อมกันนั้น “เครือข่ายรณรงค์ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคเหนือ จ.เชียงใหม่” ได้เรียกร้องผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่กำลังเจรจาการแก้ปัญหาโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ขณะนี้ว่า

1. การเจรจาการแก้ปัญหาโลกร้อน ต้องอยู่บนหลักการของ ความเป็นธรรม และ ความรับผิดชอบทางประวัติศาสตร์ จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในอดีต นั่นคือ ปะเทศผู้ก่อปัญหา ต้องเป็นผู้แก้ปัญหาจากประเทศของตนก่อน

2. การเจรจาการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดลงให้ได้ 350 ส่วนในล้านส่วน (ppm)

3. การเจรจาการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ต้องยึดหลัก การพัฒนาที่ยั่งยืน เคารพและยอมรับสิทธิของชุมชน และคำนึงถึงบทบาทของผู้หญิง และการมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนของสังคม

4. ประเทศพัฒนาแล้ว ต้องรับผิดชอบต่อการจ่าย หนี้ต่อสภาพภูมิอากาศ ให้แก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อการปรับตัวต่อผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

5. การแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยใช้กลไกการตลาด หรือการค้าขายคาร์บอน เป็นเพียงการทำธุรกิจ และแสวงหากำไรจากวิกฤตโลก ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ประเทศต้นตอของปัญหา และไม่ได้นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเป็นธรรม

นายศักดา  แสนมี่ ผู้ประสานงานเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์บริเวณหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาว่า เราต้องการให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า พี่น้องชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่า มีวิถีชีวิตที่ดำรงอยู่กับธรรมชาติ โดยใช้วิถีชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  เราไม่สามารถแยกออกจากป่าได้ ดังนั้นเราต้องดำรงวิถีชีวิตร่วม กับป่า  เราต้องการเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะประเทศต่าง ๆ และกงสุลสหรัฐที่ประจำอยู่ใน จ.เชียงใหม่แห่งนี้ ให้คำนึงถึงคนยากจน คนด้อยโอกาส ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งหลาย โดยเฉพาะพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่อยู่ในประเทศไทย และอาศัยอยู่ในเขตป่าทั้งหลาย จำเป็นที่จะต้องดำรงชีวิตอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ เราต้องการให้กงสุลสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยและทุกประเทศทั่วโลก ได้ตระหนักถึงเจตนารมณ์ของปฎิญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยวิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง รวมถึง ข้อกำหนดต่าง ๆ พันธกรณีที่ประเทศไทยมีกลไกแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่ง นี้ ขณะที่พี่น้องประชาชนได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วย และได้เคารพสิทธิความเป็นมนุษย์ของพี่น้องที่อยู่บนที่สูงในประเทศไทยและพี่ น้องที่อยู่ในเขตป่าทั่วโลก

No comments yet

Leave a Reply

Note: You can use basic XHTML in your comments.

Subscribe to this comment feed via RSS